1. ภาษาอังกฤษมาจากไหน (Where did the English Language Come from ?)
ในโลกนี้มีคนพยายามเรียนภาษาอังกฤษมากกว่าภาษาอื่น ๆ ภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่
ใช้ในการทำข้อตกลงทางการเมือง การกระทำธุรกิจระหว่างประเทศใช้เป็นภาษาสากลในทางวิทยาศาสตร์และยา มีข้อตกลงที่เป็นสากลกล่าวว่าผู้ที่เป็นนักบินต้องพูดภาษาอังกฤษในการสื่อสาร
ภาษาอังกฤษเป็นภาษาต่างประเทศและเป็นภาษาหลักที่สอนอยู่ในอเมริกาใต้และ
ยุโรป ในประเทศฟิลิปปินส์และประเทศญี่ปุ่น เด็กนักเรียนเริ่มเรียนภาษาอังกฤษตั้งแต่อายุยังน้อย ภาษาอังกฤษได้ถูกใช้เป็นภาษาทางการมากกว่า 75 ประเทศ รวมทั้งประเทศอังกฤษ แคนดา สหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย และแอฟริกาใต้
ในประเทศต่าง ๆ ที่มีคนพูดหลาย ๆ ภาษาในประเทศเดียวกัน ภาษาอังกฤษได้ถูกใช้เป็นภาษาทางการ เพื่อช่วยเหลือคนเหล่านั้นในการติดต่อสื่อสารซึ่งกันและกัน ประเทศอินเดียเป็นตัวอย่างที่ดีสำหรับเรื่องนี้ ในประเทศอินเดียภาษาอังกฤษเป็นเรื่องธรรมดา เพราะว่าภาษาที่ใช้พูดในประเทศนี้อย่างน้อยที่สุด 24 ภาษา ในประชากร ล้านกว่าคน
ถ้าถามว่าภาษาอังกฤษมาจากไหน ทำไมถึงเป็นที่นิยมใช้ภาษานี้ก่อนที่จะตอบคำถามเหล่านี้ เราต้องเดินทางย้อนกลับไปในช่วงเวลาประมาณ 5 พันปีมาแล้ว ที่ดินแดนทางเหนือของทะเลดำ (Black Sea) ในยุโรปตะวันออกเฉียงใต้ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่าคนในบริเวณดินแดนแห่งนี้ได้พูดภาษาที่เรียกว่า โปรโต - อินโด - ยุโรเปียน (Proto – Indo – European) ภาษาที่ว่านี้ไม่ได้ใช้เป็นภาษาพูดอีกต่อไป นักวิจัยหลายคนไม่ทราบเป็นที่แน่นอนว่าภาษาที่ว่านี้มีลักษณะเป็นเช่นไร
อย่างไรก็ตามเชื่อกันว่าภาษา โปรโต – อินโด – ยุโรเปียน เป็นภาษาของบรรพบุรุษของภาษาของชาวยุโรปส่วนใหญ่ รวมทั้งภาษากรีกโบราณ ภาษาเยอรมันโบราณ และภาษาละตินโบราณ
ภาษาละตินนั้นไม่ปรากฏว่าเป็นภาษาพูดอีก อย่างไรก็ตามภาษาละตินจะแฝงอยู่ข้างหลัง (ผสมผสาน) ใน 3 ภาษาที่สำคัญ ๆ คือ ภาษาสเปนยุคใหม่ ภาษาฝรั่งเศส และภาษาอิตาเลียน ภาษาเยอรมันโบราณก็ได้สืบทอดและกลายเป็นภาษาดัทช์ ภาษาแดนิช ภาษาเยอรมัน ภาษานอรเวเจียน ภาษาสวีดิช และอีกภาษาหนึ่งที่ได้พัฒนามาเป็นภาษาอังกฤษ
ภาษาอังกฤษเป็นผลลัพธ์ของการเข้าไปรุกราน (แผ่ขยาย) ในเกาะบริเตน เป็นเวลาหลายร้อยปีมาแล้ว ผู้รุกรานเหล่านั้นอาศัยอยู่ทางตอนเหนือตามชายฝั่งทะเลของยุโรป
การรุกรานครั้งแรกโดยกลุ่มคนที่เรียกว่า แองเกิล (Angles) เมื่อประมาณ 1,500 ปีมาแล้ว พวกแองเกิลเป็นคนเยอรมัน (German tribe) เป็นพวกที่เข้ามาทางช่องแคบอังกฤษ หลังจากนั้นมีอีก 2 กลุ่ม ที่เข้ามาสู่บริเตน คือพวกเซกซันและจูทส์ (Saxons and Jutes) กลุ่มคนเหล่านี้ได้พบกับพวกเคลท์ซึ่งเป็นพวกที่อาศัยอยู่บนเกาะบริเตนนับเป็นเวลาหลายพันปีมาแล้ว พวกเคลท์ก็ได้ทำการสู้รบกับผู้ที่รุกรานเหล่านั้น
หลังจากนั้นไม่นานนัก พวกเคลท์ส่วนใหญ่ ถูกฆ่าตาย หรือไม่ก็ตกเป็นทาสของผู้ที่รุกราน บางกลุ่มก็หนีไปอาศัยในดินแดนที่เรียกว่า เวลล์ (Wales) หลายปีผ่านไปพวกเซกซัน (Saxons) พวกแองเกิล (Angles) และพวกจูทส์ (Jutes) ได้มีการผสมผสานกันระหว่างภาษาที่แตกต่างของพวกเขา ผลลัพธ์ ก็คือภาษานั้นถูกเรียกว่า ภาษาแองโกล – แซกซัน (Anglo – Saxon) หรือ ภาษาอังกฤษโบราณ (old English)
งานเขียนต่าง ๆ หลายชิ้นยังได้ดำรงไว้จากภาษาอังกฤษโบราณ (old English) บางที่ชิ้นงานที่สำคัญมาก ๆ ที่เรียกว่า บีโอวูล์ฟ (Beowulf) เป็นที่รู้จักกันว่าเป็นบทประพันธ์ที่เก่าแก่ที่สุด ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า มันถูกเขียนขึ้นในเกาะบริเตนมานานกว่า 1,000 ปีมาแล้ว โดยไม่ปรากฏชื่อผู้เขียนว่าเป็นใคร บีโอวูล์ฟ (Beowulf) เป็นเรื่องของกษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่ ผู้ทำการสู้รบกับสัตว์
มหรรศจรรย์ พระองค์เป็นกษัตริย์ที่ดีที่มีพสกนิกรรักใคร่ หนังสือใหม่ที่เขียนโดย เชมัส ฮีนีย์ (Seamus Heaney) ได้บอกถึงเรื่องโบราณนี้เป็นภาษาอังกฤษยุคใหม่ (Modern English)
การรุกรานครั้งใหญ่ของบริเตนมาจากทางเหนือสุดเริ่มขึ้นเมื่อประมาณ 1100 ปีมาแล้ว พวกเฟิร์ซ (Fierce) หรือที่เรียกว่าไวกิ้งส์ (Vikings) ได้จู่โจมอย่างกะทันหันทางด้านบริเวณชายฝั่งของเกาะบริเตน พวกไวกิ้งส์มาจากประเทศเดนมาร์ก นอรเวย์ และประเทศอื่น ๆ ทางตอนเหนือ พวกเขาเข้ายึดและครอบครองสินค้า พวกทาสและสิ่งของอันมีค่าต่าง ๆ
ในบางพื้นที่พวกไวกิ้งส์เจริญอำนาจ พวกเขาจะสร้างบ้านที่มันชั่วคราวบางครั้งฐานที่มันชั่วคราวกลายเป็นฐานที่มันถาวร ต่อมาพวกไวกิ้งส์เหล่านี้เป็นจำนวนมากได้อาศัยอยู่ในเกาะบริเตน มีภาษาอังกฤษหลายคำที่ใช้อยู่ในปัจจุบันนี้ที่มาจากภาษาไวกิ้งส์โบราณ เช่นคำว่า sky, leg, skull, egg, crawl, lift และ take มาจากภาษาของประเทศทางเหนือสุดเหล่าโน้น
การรุกรานเกาะบริเตนในครั้งต่อมาเกิดขึ้นเมื่อ 900 กว่าปีมาแล้ว ในปี คศ. 1066 ผู้เชี่ยวชาญทางประวัติศาสตร์เรียกการรุกรานครึ้งนี้ว่า Norman Conquest นำโดยพระเจ้าวิลเลี่ยม (William the Conqueror)
พวกนอร์แมน เป็นชนที่พูดภาษาฝรั่งเศสจากแคว้นนอร์มังดี (Normandy) ในตอนเหนือของประเทศฝรั่งเศสพวกเขากลายเป็นชนชั้นปกครองในเกาะบริเตน ชนชั้นปกครองใหม่เหล่านี้จะพูดเฉพาะภาษาฝรั่งเศสอย่างเดียวเท่านั้น มันเป็นภาษาที่สำคัญมากในโลกในสมัยนั้น เป็นภาษาของคนมีการศึกษา แต่ว่ายังเป็นเรื่องธรรมดาของประชากรบนเกาะบริเตนที่พูดภาษาอังกฤษโบราณอยู่
ภาษาอังกฤษยุคโบราณ(Old English) ได้ืมภาษาฝรั่งเศสมาจากพวกนอร์แมน หลายคำ เช่น damage, prison และ marriage เป็นต้น คำในภาษาอังกฤษส่วนใหญ่ที่ใช้อธิบายกฎหมาย และใช้ทางราชการมาจากภาษาฝรั่งเศส เช่นคำว่า jury, parliament, และ justice
ภาษาฝรั่งเศสใช้โดยชนชั้นปกครองชาวนอร์แมนได้เปลี่ยนแปลงแนวทางการพูดภาษาอังกฤษอย่างยิ่งใหญ่เมื่อ 800 กว่าปีที่ผ่านมา ในช่วงเวลาที่ผ่านไปการปกครองของชาวนอร์แมนไม่ได้พูดภาษาฝรั่งเศสเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป ภาษาของพวกเขาจะผสมผสานระหว่างภาษาฝรั่งเศสและภาษาอังกฤษยุคกลาง (Middle English)
ภาษาอังกฤษยุคกลางก็เหมือนกับภาษาอังกฤษยุคใหม่ แต่ว่าเป็นการยากลำบากมากที่จะเข้าใจในปัจจุบันนี้ งานเขียนต่าง ๆ จำนวนมากที่เขียนในยุคนี้ ยังคงดำรงอยู่ งานเขียนที่สำคัญที่สุดเขียนโดย เจฟฟรีย์ ชอเซอร์) Geoffrey Chaucer นักกวีผู้ซึ่งอาศัยอยู่ในลอนดอนและ
สิ้นชีวิต ณ ที่นั้นในศตวรรษที่ 14 งานชิ้นสำคัญของชอเซอร์ คือ “The Canterbury Tales” ซึ่งงานชิ้นนี้ได้เขียนขึ้น 600 ปีมาแล้ว
งานเขียน “The Canterbury Tales” เป็นการรวบรวมของบทกวี เกี่ยวกับการเดินทางของบุคคลที่แตกต่างกันไปยังเมือง Canterbury
ผู้เชี่ยวชาญภาษาอังกฤษกล่าวว่า Geoffrey Chaucer เป็นนักเขียนที่สำคัญคนแรกที่ใช้ภาษาอังกฤษ พวกเขาเห็นด้วยกับบทกวีภาษาอังกฤษยุคกลางที่ยิ่งใหญ่ของชอเซอร์ ทำให้มองเห็นภาพพจน์ของคนในสมัยของเขาอย่างชัดเจน บุคคลบางคนที่อธิบายไว้ใน “The Canterbury Tales” เป็นบุคคลที่ฉลาด และกล้าหาญ บางคนก็เป็นคนโง่ เซ่อ บางคนก็เชื่อว่าพวกเขาเป็นผู้สำคัญอย่างยิ่งยวด บางคนก็ดีแสนดี แต่พวกเขาทั้งหมดยังมองว่าเป็นเช่นนั้นจริง ๆ
คราวหน้าเปรมจะเอาประวัติบท่อไปมาให้ได้รับความรู้กันนะครับ