Friday, October 31, 2008

HAIR Bands from China

GIRLS/LADIES/MUM'S BEWARE!

Beware when you are traveling to China , just try to be careful when you are buying hair bands down the road who knows what it is made from??
Be cautious of hair bands at open markets around the city too – they are probably from China since they are purchased in bulk very very cheap !!!! Take a good look before buying hair bands in future – specially like the following kind.

These Hair bands were made from used condoms and threads. That was so disgusting, I would not want to use them!!





BEIJING (AFP) - Used condoms are being recycled into hair bands in southern China threatening to spread sexually-transmittable diseases they were originally meant to prevent, state media reported Tuesday

In the latest example of potentially harmful Chinese-made products, rubber hair bands have been found in local markets and beauty salons in Dongguan and Guangzhou cities in southern Guangdong province, China Daily newspaper said.

'These cheap and colorful rubber bands and hair ties sell well ..... threatening the health of local people,' it said. Despite being recycled, the hair bands could still contain bacteria and viruses, it said.

'People could be infected with AIDS, (genital) warts or other diseases if they hold the rubber bands or strings in their mouths while waving their hair into plaits or buns,' the paper quoted a local dermatologist who gave only his surname, Dong, as saying. A bag of ten of the recycled bands sells for just 25 sen (three cents), much cheaper than others on the market, accounting for their popularity, the paper said.

A government official was quoted as saying recycling condoms was illegal. China 's manufacturing industry has been repeatedly tarnished this year by a string of scandals involving shoddy or dangerous goods made for both domestic and foreign markets.
In response, it launched a public relations blitz this summer aimed at playing up efforts to strengthen monitoring systems.

_.___
Check your kids hair bands and make sure they do not put them in their mouth while trying to plait or tie their hair.


Thanks to : Fwd mails

Wednesday, October 29, 2008

ประวัติภาษาอังกฤษ ตอนที่ 1

1.       ภาษาอังกฤษมาจากไหน (Where did the English Language Come from ?)

ในโลกนี้มีคนพยายามเรียนภาษาอังกฤษมากกว่าภาษาอื่น ๆ ภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่

ใช้ในการทำข้อตกลงทางการเมือง การกระทำธุรกิจระหว่างประเทศใช้เป็นภาษาสากลในทางวิทยาศาสตร์และยา มีข้อตกลงที่เป็นสากลกล่าวว่าผู้ที่เป็นนักบินต้องพูดภาษาอังกฤษในการสื่อสาร

                ภาษาอังกฤษเป็นภาษาต่างประเทศและเป็นภาษาหลักที่สอนอยู่ในอเมริกาใต้และ

ยุโรป ในประเทศฟิลิปปินส์และประเทศญี่ปุ่น เด็กนักเรียนเริ่มเรียนภาษาอังกฤษตั้งแต่อายุยังน้อย ภาษาอังกฤษได้ถูกใช้เป็นภาษาทางการมากกว่า  75  ประเทศ  รวมทั้งประเทศอังกฤษ  แคนดา  สหรัฐอเมริกา  ออสเตรเลีย  และแอฟริกาใต้

                ในประเทศต่าง ๆ ที่มีคนพูดหลาย ๆ ภาษาในประเทศเดียวกัน ภาษาอังกฤษได้ถูกใช้เป็นภาษาทางการ เพื่อช่วยเหลือคนเหล่านั้นในการติดต่อสื่อสารซึ่งกันและกัน ประเทศอินเดียเป็นตัวอย่างที่ดีสำหรับเรื่องนี้ ในประเทศอินเดียภาษาอังกฤษเป็นเรื่องธรรมดา เพราะว่าภาษาที่ใช้พูดในประเทศนี้อย่างน้อยที่สุด  24  ภาษา ในประชากร ล้านกว่าคน

                ถ้าถามว่าภาษาอังกฤษมาจากไหน ทำไมถึงเป็นที่นิยมใช้ภาษานี้ก่อนที่จะตอบคำถามเหล่านี้ เราต้องเดินทางย้อนกลับไปในช่วงเวลาประมาณ  5  พันปีมาแล้ว ที่ดินแดนทางเหนือของทะเลดำ (Black Sea) ในยุโรปตะวันออกเฉียงใต้ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่าคนในบริเวณดินแดนแห่งนี้ได้พูดภาษาที่เรียกว่า  โปรโต -  อินโด -  ยุโรเปียน (Proto – Indo – European) ภาษาที่ว่านี้ไม่ได้ใช้เป็นภาษาพูดอีกต่อไป  นักวิจัยหลายคนไม่ทราบเป็นที่แน่นอนว่าภาษาที่ว่านี้มีลักษณะเป็นเช่นไร

                อย่างไรก็ตามเชื่อกันว่าภาษา โปรโต อินโด ยุโรเปียน เป็นภาษาของบรรพบุรุษของภาษาของชาวยุโรปส่วนใหญ่ รวมทั้งภาษากรีกโบราณ ภาษาเยอรมันโบราณ และภาษาละตินโบราณ

                ภาษาละตินนั้นไม่ปรากฏว่าเป็นภาษาพูดอีก อย่างไรก็ตามภาษาละตินจะแฝงอยู่ข้างหลัง (ผสมผสาน) ใน  3  ภาษาที่สำคัญ ๆ คือ ภาษาสเปนยุคใหม่ ภาษาฝรั่งเศส และภาษาอิตาเลียน ภาษาเยอรมันโบราณก็ได้สืบทอดและกลายเป็นภาษาดัทช์  ภาษาแดนิช  ภาษาเยอรมัน  ภาษานอรเวเจียน  ภาษาสวีดิช  และอีกภาษาหนึ่งที่ได้พัฒนามาเป็นภาษาอังกฤษ

                ภาษาอังกฤษเป็นผลลัพธ์ของการเข้าไปรุกราน (แผ่ขยาย) ในเกาะบริเตน เป็นเวลาหลายร้อยปีมาแล้ว ผู้รุกรานเหล่านั้นอาศัยอยู่ทางตอนเหนือตามชายฝั่งทะเลของยุโรป

การรุกรานครั้งแรกโดยกลุ่มคนที่เรียกว่า แองเกิล (Angles) เมื่อประมาณ  1,500  ปีมาแล้ว  พวกแองเกิลเป็นคนเยอรมัน (German tribe) เป็นพวกที่เข้ามาทางช่องแคบอังกฤษ หลังจากนั้นมีอีก  2  กลุ่ม ที่เข้ามาสู่บริเตน  คือพวกเซกซันและจูทส์ (Saxons and Jutes) กลุ่มคนเหล่านี้ได้พบกับพวกเคลท์ซึ่งเป็นพวกที่อาศัยอยู่บนเกาะบริเตนนับเป็นเวลาหลายพันปีมาแล้ว พวกเคลท์ก็ได้ทำการสู้รบกับผู้ที่รุกรานเหล่านั้น

                หลังจากนั้นไม่นานนัก พวกเคลท์ส่วนใหญ่ ถูกฆ่าตาย หรือไม่ก็ตกเป็นทาสของผู้ที่รุกราน บางกลุ่มก็หนีไปอาศัยในดินแดนที่เรียกว่า เวลล์ (Wales) หลายปีผ่านไปพวกเซกซัน (Saxons) พวกแองเกิล (Angles) และพวกจูทส์ (Jutes) ได้มีการผสมผสานกันระหว่างภาษาที่แตกต่างของพวกเขา ผลลัพธ์ ก็คือภาษานั้นถูกเรียกว่า  ภาษาแองโกล แซกซัน (Anglo – Saxon) หรือ ภาษาอังกฤษโบราณ (old English)

                งานเขียนต่าง ๆ หลายชิ้นยังได้ดำรงไว้จากภาษาอังกฤษโบราณ (old English) บางที่ชิ้นงานที่สำคัญมาก ๆ ที่เรียกว่า  บีโอวูล์ฟ (Beowulf) เป็นที่รู้จักกันว่าเป็นบทประพันธ์ที่เก่าแก่ที่สุด ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า มันถูกเขียนขึ้นในเกาะบริเตนมานานกว่า   1,000   ปีมาแล้ว โดยไม่ปรากฏชื่อผู้เขียนว่าเป็นใคร  บีโอวูล์ฟ (Beowulf) เป็นเรื่องของกษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่ ผู้ทำการสู้รบกับสัตว์

มหรรศจรรย์ พระองค์เป็นกษัตริย์ที่ดีที่มีพสกนิกรรักใคร่ หนังสือใหม่ที่เขียนโดย เชมัส  ฮีนีย์ (Seamus Heaney) ได้บอกถึงเรื่องโบราณนี้เป็นภาษาอังกฤษยุคใหม่ (Modern English)

                การรุกรานครั้งใหญ่ของบริเตนมาจากทางเหนือสุดเริ่มขึ้นเมื่อประมาณ  1100  ปีมาแล้ว  พวกเฟิร์ซ (Fierce) หรือที่เรียกว่าไวกิ้งส์ (Vikings) ได้จู่โจมอย่างกะทันหันทางด้านบริเวณชายฝั่งของเกาะบริเตน พวกไวกิ้งส์มาจากประเทศเดนมาร์ก นอรเวย์ และประเทศอื่น ๆ ทางตอนเหนือ พวกเขาเข้ายึดและครอบครองสินค้า พวกทาสและสิ่งของอันมีค่าต่าง ๆ

                ในบางพื้นที่พวกไวกิ้งส์เจริญอำนาจ พวกเขาจะสร้างบ้านที่มันชั่วคราวบางครั้งฐานที่มันชั่วคราวกลายเป็นฐานที่มันถาวร  ต่อมาพวกไวกิ้งส์เหล่านี้เป็นจำนวนมากได้อาศัยอยู่ในเกาะบริเตน มีภาษาอังกฤษหลายคำที่ใช้อยู่ในปัจจุบันนี้ที่มาจากภาษาไวกิ้งส์โบราณ เช่นคำว่า sky, leg, skull, egg, crawl, lift และ take มาจากภาษาของประเทศทางเหนือสุดเหล่าโน้น

การรุกรานเกาะบริเตนในครั้งต่อมาเกิดขึ้นเมื่อ  900  กว่าปีมาแล้ว ในปี คศ. 1066  ผู้เชี่ยวชาญทางประวัติศาสตร์เรียกการรุกรานครึ้งนี้ว่า Norman Conquest นำโดยพระเจ้าวิลเลี่ยม (William the Conqueror)

                พวกนอร์แมน  เป็นชนที่พูดภาษาฝรั่งเศสจากแคว้นนอร์มังดี  (Normandy) ในตอนเหนือของประเทศฝรั่งเศสพวกเขากลายเป็นชนชั้นปกครองในเกาะบริเตน ชนชั้นปกครองใหม่เหล่านี้จะพูดเฉพาะภาษาฝรั่งเศสอย่างเดียวเท่านั้น  มันเป็นภาษาที่สำคัญมากในโลกในสมัยนั้น เป็นภาษาของคนมีการศึกษา แต่ว่ายังเป็นเรื่องธรรมดาของประชากรบนเกาะบริเตนที่พูดภาษาอังกฤษโบราณอยู่

ภาษาอังกฤษยุคโบราณ(Old English) ได้ืมภาษาฝรั่งเศสมาจากพวกนอร์แมน หลายคำ เช่น damage, prison และ marriage เป็นต้น คำในภาษาอังกฤษส่วนใหญ่ที่ใช้อธิบายกฎหมาย และใช้ทางราชการมาจากภาษาฝรั่งเศส  เช่นคำว่า jury, parliament, และ justice

                ภาษาฝรั่งเศสใช้โดยชนชั้นปกครองชาวนอร์แมนได้เปลี่ยนแปลงแนวทางการพูดภาษาอังกฤษอย่างยิ่งใหญ่เมื่อ  800  กว่าปีที่ผ่านมา ในช่วงเวลาที่ผ่านไปการปกครองของชาวนอร์แมนไม่ได้พูดภาษาฝรั่งเศสเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป ภาษาของพวกเขาจะผสมผสานระหว่างภาษาฝรั่งเศสและภาษาอังกฤษยุคกลาง (Middle English)

                ภาษาอังกฤษยุคกลางก็เหมือนกับภาษาอังกฤษยุคใหม่ แต่ว่าเป็นการยากลำบากมากที่จะเข้าใจในปัจจุบันนี้  งานเขียนต่าง ๆ จำนวนมากที่เขียนในยุคนี้ ยังคงดำรงอยู่ งานเขียนที่สำคัญที่สุดเขียนโดย เจฟฟรีย์  ชอเซอร์) Geoffrey Chaucer นักกวีผู้ซึ่งอาศัยอยู่ในลอนดอนและ

สิ้นชีวิต ณ ที่นั้นในศตวรรษที่  14  งานชิ้นสำคัญของชอเซอร์ คือ The Canterbury Talesซึ่งงานชิ้นนี้ได้เขียนขึ้น  600  ปีมาแล้ว

                งานเขียน The Canterbury Tales เป็นการรวบรวมของบทกวี เกี่ยวกับการเดินทางของบุคคลที่แตกต่างกันไปยังเมือง Canterbury

                ผู้เชี่ยวชาญภาษาอังกฤษกล่าวว่า Geoffrey Chaucer เป็นนักเขียนที่สำคัญคนแรกที่ใช้ภาษาอังกฤษ พวกเขาเห็นด้วยกับบทกวีภาษาอังกฤษยุคกลางที่ยิ่งใหญ่ของชอเซอร์  ทำให้มองเห็นภาพพจน์ของคนในสมัยของเขาอย่างชัดเจน บุคคลบางคนที่อธิบายไว้ใน The Canterbury Talesเป็นบุคคลที่ฉลาด และกล้าหาญ บางคนก็เป็นคนโง่ เซ่อ บางคนก็เชื่อว่าพวกเขาเป็นผู้สำคัญอย่างยิ่งยวด บางคนก็ดีแสนดี แต่พวกเขาทั้งหมดยังมองว่าเป็นเช่นนั้นจริง ๆ


คราวหน้าเปรมจะเอาประวัติบท่อไปมาให้ได้รับความรู้กันนะครั

Tuesday, October 28, 2008

Traffic Jam in Chiang Mai

Nowsday, there's more traffic jam in ChiangMai.
Last week, I went to Bangkok. That was suck, more traffic than ChiangMai

The distance about 5 kms, using 30-45 minutes of driving.
God damn it. I don't want ChiangMai to be like this. What should I do?

- Get up early?
- Go to bed earlier?
- Use the shoutcut?

A: Yes, that's a good idea.
A: Yes that's a good idea.
A: Where are they?

Sunday, October 12, 2008

Radio

Sunshine Radio ChiangMai FM 105.75 MHz is now recieving for radio demos.
Anyone wants to try, send your demo to the address.

สถานีวิทยุเสียงสามยอดจังหวัดเชียงใหม่ 302 ต.หนองจ๊อม อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ 50210

The DJs must be spoken Thai
Have a good day!

Monday, October 6, 2008

ปรากฏการณ์

สวัสดีนะครับ
วันนี้ผมได้มีโอกาส ได้เปิดดู Chart ของ คลื่น Fat 104.5 โตๆ มันๆ ครับ

เพลง ปรากฏการณ์ ของ อพาร์ตเม้นคุณป้า ติด chart เป็นสัปดาห์แรก
และเพลง เงินล้าน ของ Moderndog เข้ามาเป็น New Entry สัปดาห์แรก ในอันดับที่ 5
นับว่า เป็นอันดับที่สูงมากๆ

ใครที่เป็นแฟนเพลงของ กลุ่มศิลปิน 2 กลุ่มนี้ คงมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งนะครับ

พอเปิดเพลง ปรากฏการณ์ ฟัง ก็เลยนึกสนุกครับ
เลือกเพลง ปรากฏการณ์ ของ ดอนผีบิน และ ยูเรเนียม (Uranium)
มาฟังอีกรอบ

ก็เกิดความแตกต่างทางด้านดนตรีดีนะครับ

ดนตรีไร้พรมแดน จริงๆครับ

Sunday, October 5, 2008

The Returner - ผู้กลับมา(อีกครั้ง)

การกลับมาครั้งนี้อาจจะไม่ตื่นเต้นสำหรับใคร
แต่การกลับมาครั้งนี้ มันตื่นเต้นสำหรับผมมากๆ

เป็นอีกครั้งที่กลับเข้ามาที่ website แห่งนี้ครับ

ทำไมนะหรอ?
ตอบ: ขอบคุณ เว็บเสียว ที่สร้างแรงบันดาลใจของผมอีกครั้งครับ _/\_

ไม่เข้าใจอ้ะ?
ตอบ: !@#$%^&* คลิกดูได้ครับ คลิกที่นี่

มันอาจจะเป็นการกลับมาแล้วหายไปอีกก็ได้นะครับ (หัวเราะ)

แต่ก็ขอบคุณมากๆครับ ผมรู้สึกอบอุ่นมากๆ ถึงผมจะไม่ได้มีส่วนร่วมทางเ website เท่าไหร่
ซึ่งผมได้ไปอ่าน(เป็นปลิงนั่นแหละ) ข้อความหรือบทความต่างๆที่ผุดขึ้นมาบน website
ล้วนแต่เป็นบทความดีๆทั้งนั้นครับ

เข้าเรื่องกันเลยดีกว่าเนาะ
ผมก็ไม่รู้จะเขียนอะไรลงในนี้มากนักนะครับ
เพราะผมไม่รู้จะเขียนอะไร
(แล้วมึงจะเขียนทำไม)

มาพูดถึงเทศกาลกินเจกันดีกว่าครับ
ปีนี้ 2008 เป็นปีแรกที่ผมกินเจครับ
ทุกครั้งนี่ผมเห็นคนอื่นเขากินกันแต่ผมก็อยากกินนะ แต่อดใจไม่ไหว
ผมก็ได้แต่กินเจจิ้น (เจจิ้น = เจเนื้อสัตว์ [คำเมือง]) มาตลอด
ผมมาลองดูปีนี้ครับ วันนี้ก็ วันอาทิตย์ที่ 5 ตุลาคม 2551 แล้วหละครับ
เป็นอีกหนึ่งวันซึ่งมีความสำคัญต่อประเทศไทยเราเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะคนกรุงเทพครับ
วันนี้เป็นวันเลือกตั้ง ผู้ว่าฯ กทม นั่นเองนะครับ
ผมก็ไม่ได้เป็นคนกรุงเทพหรอกครับ แต่สื่อ ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น

สื่อวิทยุ(ซึ่งใกล้ตัวมากที่สุด)
สื่อโทรทัศน์(ใกล้ตัวเช่นกัน เปิดดูทุกวัน 55+)
สื่อหนังสือพิมพ์(มันโยนมาหน้าบ้านทุกวัน)
และทาง website ต่างๆ ก็พากันลงข่าว เกี่ยวกับการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กันอย่างครึกโครมกันเลยทีเดียว!

กลับมาเรื่องกินเจต่อนะครับ
สำหรับคนเชียงใหม่วันนี้ผมได้ไปร้านอาหารเจร้านหนึ่ง อยู่แถวๆแยกข่วงสิงห์ครับ
พี่เขาบอกว่าเป็นร้านที่ขายอาหารเจ แม้ไม่ได้อยู่ในช่วงเทศกาล
ฮึ่ม! รู้จักเพิ่มขึ้นอีกร้านแล้วสิเรา นอกจากร้านแถวๆนิยมพายิชย์สาขาใหญ่ ก็ยังไม่เคยไปร้านไหนอีก

อร่อยดีนะครับ สำหรับใครที่อยากจะลองลิ้มชิมรสชาด ความอร่อย! ของอาหารเจ
ลองไปใช้บริการดูได้ครับ

วันอังคารนี้ก็จะออกเจกันแล้วครับ
ผมคิดว่าผมน่าจะผ่านช่วงเวลานี้ไปได้แน่นอนครับ ยังไงผู้อ่านช่วยเป็นกำลังใจด้วยนะครับ ^^"

คิดว่านี่เป็นบทความที่ผมเขียนได้ยาวที่สุดตั้งแต่เล่นอินเตอร์เนท แล้วละมั้ง

ที่จริงตอนนี้ผมกำลังคิดว่าผมจะเขียนอะไรต่อไปดีหนะครับ
แต่มันคิดไม่ออกอ้ะ 555+

เอาเป็นว่า วันนี้ไปก่อนละกันครับ
ก่อนไปนิดส์นึงนะครับ

ช่วงนี้มีเพลงใหม่ เพราะๆ ความหมายดีๆ ให้ฟังกันทั่วไปครับ
ไม่ว่าคุณจะชอบซื้อของจริง หรือว่า ละเมิดลิขสิทธิ์ เขาก็ตามนะครับ

เพลงแรก
Artist: SmallRoom
Titled: ผู้ชนะที่พ่ายแพ้

เพลงที่สอง
Artist: Big Ass
Titled: รัก

นับว่าเป็น 2 เพลงที่มีความหมายดีมากๆเลยนะครับ
ลองฟังได้ ทั่วไปแล้วหละครับ
ถ้าหาฟังกันไม่ได้จริงๆ ลองไปดูที่ official site ของ SmallRoom นะครับ
ที่ http://www.smallroom.co.th

อีกเพลงของ Big Ass ลองหาดูครับ (เจอ Sure ๆ แหละครับ)

ไปละครับ สวัสดี!
ปล.ขอบคุณสำหรับคนที่อ่านจบครับ
ปล2. ขอบคุณสำหรับ comment นะครับ (จะมีมั้ยนะ!)